เครื่องช่วยฟัง (Hearing aid) สมัยนี้มีหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายรุ่น หลายหลายขนาด จริงๆ
จะว่าเป็นแล้วการเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง ก็คล้ายๆกับการเลือกซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าจำพวก โทรศัพท์มือถือ เครื่องเสียง
ซึ่งก่อนจะซื้อพวกเครื่องใช้เหล่านี้เราควรทำความเข้าใจให้ดี เสียก่อน จะได้ไม่เสียใจ และเสียเงิน โดยเกินความจำเป็นทีหลัง
ก่อนที่คุณจะซื้อเครื่องช่วยฟัง อยากจะแนะนำให้พบแพทย์ทางหู คอ จมูก และ นักแก้ไขการได้ยิน (Audiogist) เสียก่อน เพื่อที่จะได้รู้ถึงปัญหาทางการได้ยินท่ี่แท้จริง และทำการรักษาและแก้ไขกันต่อไป
หากแก้ไขและรักษาให้ระดับการได้ยินไม่สามารถกลับมาสู่ภาวะปกติหรือระดับใกล้เคียงปกติได้แล้ว
จึงค่อยใส่เครื่องช่วยฟัง
เดี๋ยวจะกลับมาเขียนต่อนะครับ ขอตัวไปทำงานก่อน อิอิ
วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555
ก่อนที่คุณจะซื้อเครื่องช่วยฟังนั้น แนะนำให้หาแพทย์หู คอ จมูกหรือ นักแก้ไขการได้ยิน (Audiologist) เพื่อตรวจระบบการได้ยินโดยรวมทั้งหมดก่อนว่า
การสูญเสียการได้ยินที่เกิดขึ้นนั้น เป็นมาจากการที่ประสาทหูเสื่อมตามธรรมชาติ หรือประสาทหูเสื่อมจากโรคของประสาทหู เนื่องประสาทหูเสื่อมที่เกิดจากโรคในหูชั้นในหรือเส้นประสาทการได้ยิน หรือจากการนำเสียงเสื่อมนั้น ควรจะได้รับการรักษาก่อน
เหตุผลที่ว่าทำไหมต้องรักษา เนื่องจากโรคบางโรคนั้นทำให้การได้ยิน แย่ลงไปเรื่อยๆได้ อย่างโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือการมีเนื้องอกที่เส้นประสาทการได้ยิน ซึ่งหากคุณไม่รักษาการได้ยินจะค่อยๆแย่ลงไปเรื่อย จนถึงอาจไม่ได้ยินอีกเลย
การสูญเสียการได้ยินที่เกิดขึ้นนั้น เป็นมาจากการที่ประสาทหูเสื่อมตามธรรมชาติ หรือประสาทหูเสื่อมจากโรคของประสาทหู เนื่องประสาทหูเสื่อมที่เกิดจากโรคในหูชั้นในหรือเส้นประสาทการได้ยิน หรือจากการนำเสียงเสื่อมนั้น ควรจะได้รับการรักษาก่อน
เหตุผลที่ว่าทำไหมต้องรักษา เนื่องจากโรคบางโรคนั้นทำให้การได้ยิน แย่ลงไปเรื่อยๆได้ อย่างโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือการมีเนื้องอกที่เส้นประสาทการได้ยิน ซึ่งหากคุณไม่รักษาการได้ยินจะค่อยๆแย่ลงไปเรื่อย จนถึงอาจไม่ได้ยินอีกเลย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)